วันแม่ปีนี้หลาย ๆ คนไปกราบแม่ และหน่วยงานต่าง ๆ ก็จัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถกันทั่วประเทศครับ บล็อกนี้ถูกเขียนอย่างเริ่งด่วนขณะที่กำลังมีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรฯ ครับ วันแม่ปีนี้ จังหวัดเชียงรายมีการแสดงธรรมเทศนาของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (หรือท่าน ว วชิรเมธี) เกี่ยวกับเรื่อง ปลูกต้นไม้ในใจคน ที่ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่าเชียงรายครับ
เดี๋ยวผมจะเอาเรื่องการเทศธรรมของท่าน ว ขึ้นมาก่อนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาครับ งานนี้จัดโดยสโมสร LIONS เป็นสโมสรอนุรักษ์และเพาะพันธุ์ป่าไม้ ได้จัดงานร่วมกับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่จัน โดยจะเอาต้นยางนามาให้ฟรีกับผู้ฟังธรรมของท่าน ว ด้วยครับ
หลังจากที่พระ ว.วชิรเมธีได้เข้ามายังเซ็นทรัล เพื่อมาเทศนาธรรมเรื่อง "ปลูกต้นไม้ในใจคน" เนื้อหาที่ท่านได้เทศนั้น สรุปอยู่สองเรื่องใหญ่ ๆ คือ
เรื่องที่ 1 เรื่องการเคารพสิ่งแวดล้อม ท่าน ว.ได้กล่าวไว้ว่า คนเราเกิดและเติบโตมากับน้ำ ดิน และป่าไม้ และสอนว่า เรากินอยู่กับน้ำ ให้เคารพน้ำ กินอยู่กับป่าให้เคารพป่า ถ้าเราเคารพสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมจะเคารพเรา เพราะทุกวันนี้ มีการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดโลกร้อน และน้ำท่วม ท่าน ว ได้พูดถึงจังหวัดน่านที่ถูกน้ำท่วม ท่านได้ไปพื้นที่เกิดเหตุ ปรากฎว่าภูเขาในจังหวัดน่านเป็นเขาหัวโล้น เพราะต้นไม้ถูกตัดไปเกือบหมด และผลจากการที่ตัดไม้ทำลายป่าทำให้เกิดน้ำท่วมเมืองครับ สรุปหัวข้อนี้คือ เราควรจะรักษาหวงแหนและอนุรักษ์ธรรมชาติ ธรรมชาติจะได้อยู่กับเราและรุ่นหลัง ๆ ต่อไปครับ
เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับวันแม่ครับ ท่าน ว.ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าอยากจะทำอะไรให้แม่ ให้รีบทำก่อนที่แม่จะไม่ได้อยู่กับเรา โดยให้คติ 3 ท คือ "ททท ทำทันที" โดยท่าน ว.กล่าวว่า พระมารดาของพระพุทธเจ้านั้น ได้ยอมรับข้อตกลงว่า ถ้าให้ประสูติการบุตรแล้ว ให้ย้ายไปอยู่สวรรค์หลังจาก 7 วัน และเรื่องส่วนตัวของท่าน ว ท่านบอกว่า ตอนที่แม่ของท่านป่วยหนัก ท่านฝันร้านทุกคืน และตอนนั้น ท่านกำลังจะมีสอบ แม่ท่าน ว บอกกับพี่สาวว่า อย่าบอกเรื่องอาการเจ็บป่วยของแม่ให้ท่าน ว ฟัง เดี๋ยวท่าน ว จะกังวล และหลังจากนั้น แม่ของท่าน ว ก็ถึงแก่กรรม ท่าน ว พึ่งมารู้ตอนสอบเสร็จ และก็ได้ทรายถึงเจตนาที่แม่ไม่ให้บอกท่าน ว ครับ
ในส่วนนี้ท่านบอกว่า แม่เสียสละได้แม้กระทั่งชีวิตเพื่อให้ลูกประสบความสำเร็จ จากนั้นท่านให้เรามองย้อนกลับไปว่า ตัวเราควรจะรีบเลี้ยงดูตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ก่อนที่พ่อแม่จะล่วงลับจากเราไปครับ ท่านก็ยกตัวอย่างว่า ครอบครัวหนึ่งจะซื้อรถให้พ่อ แต่ไม่มีเงินเลยไม่กล้าเพราะรถมันแพง แต่ต่อมาพ่อมาด่วนจากเสียชีวิตก่อน พวกเขาจึงรีบซื้อรถไปถวายให้พ่อที่วัด หลังจากเสร็จพิธีงานศพพ่อ ก็มาบูชาขอรถคืนโดยให้พี่สาวใช้....
เรื่องนี้ขอสรุปแว่....... สรุปว่า!!!! (เล่นมุขพระมหาสมปองนิดหนึ่ง)
ใครที่ยังมีพ่อแม่อยู่ควรจะแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ ในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าอยากจะทำอะไรให้พ่อแม่ ให้จำสามท. "ททท ทำทันที" ครับ
ผมขอจบบล็อกไว้ก่อน อย่าลืมติดตามรูปบนแฟนเพจของผมนะครับ และเรื่องนี้ผมยังไม่ปิดเรื่อง เดี๋ยวผมจะเอาไฮไลท์ของงานมาเขียนต่อครับ
สุขสันต์วันแม่ อย่าลืมบอกรักแม่นะครับ และขอให้พระราชินีทรงพระเจริญเป็นมิ่งขวัญต่อปวงชนชาวไทยตลอดไปครับ
วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555
บรรยากาศการเดินขบวนแห่เทียนพรรษาในเมืองเชียงราย
ขบวนนแห่เทียนพรรษาที่เชียงราย เริ่มตั้งขบวนที่หน้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จากนั้นก็เลี้ยวเข้าถนนธนาลัย และตรงไปเรื่อย ๆ จนมาจบที่สวนตุงและโคมครับ ในรูปด้านบนนี้คือขบวนนำหน้าคครับ
และท่านนายกเทศมนตรีคุณวันชัย จงสุทธนามณี ท่านก็ได้มาเดินด้วยครับ ต่อจากนั้นก็จะมีขบวนแห่เทียนเล็กเพื่อถวายวัดต่าง ๆ ในตัวเมืองเชียงรายด้วยครับ และก็มีบุคลาการจากองค์กรต่าง ๆ มาร่วมเดินขบวนและมีผู้เข้าร่วมประกวดแห่เทียนพรรษาในครั้งนี้ด้วยครับ จากนี้ไปเรามาดูต้นเทียนพรรษากันเลยนะครับ
ขบวนแรกเป็นขบวนของเทศบาลนครเชียงราย เป็นขบวนนำครับ แต่ไม่เข้าประกวดนะครับ ขบวนเทียนต้นนี้เกิดจากชาวเชียงรายและนักท่องเที่ยวที่มาถนนคนเดินช่วยกันหล่อต้นเทียนนี้ก่อนที่จะเอาไปประดับเป็นต้นเทียนพรรษาต้นนี้ครับ
ขบวนต่อมา เป็นขบวนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ต้นเทียนประดับดูสวยงามครับ และมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (นอน) ด้วยครับ
ต่อไปเป็นขบวนของวัดเชตวัน หรือวัดพระนอน ซึ่งตกแต่งลักษณะของขบวนเทียนพรรษาได้มีสีสันสวยงามโดยเฉพาะพญานาคครับ
ขบวนนี้เป็นขบวนจากวัดดอยเขาควายแก้ว วัดที่เป็นเจ้าของตำนานแมงสี่หูห้าตา ต้นเทียนแกะสลักเป็นรูปพระนั่งสมาธิ ดูละเอียดและสวยงามอย่างยิ่งครับ
ขบวนต่อมาเป็นขบวนของโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมครับ ลักษณะของสีดูกลมกลืนดีครับ และมีเทพและธิดาคอยนั่งเฝ้าเทียนคู่กันด้วยล่ะครับ
ขบวนเทียนต่อมาเป็นของ วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธนเชียงราย หรือ (K-TECH) ซึ่งวิทยาลัยนี้ได้ส่งเข้าประกวดทุกปี และปีนี้ได้ทำรถขบวนคล้ายเรือสุวรรณหงส์ครับ ต้นเทียนใหญ่ อ้วน และสวยงามแบบละเอียดบรรจงไม่แพ้ขบวนอื่นครับ
ต่อมาเป็นขบวนของวิทยาลัยเชียงราย สถาบันอุดมศึกษาคู่วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธนเชียงรายครับ ตัวขบวนรถ ใช้เทียนแปลอักษรและต้นเทียนดูแตกต่างแปลกตาดีครับ
ต่อจากนี้เป็นของวัดศรีบุญเรืองครับ มีสาวสวยนั่งอยู่ในขบวนรถ ต้นเทียนแกะสลักออกมาได้สวยงามจริง ๆ ครับ
และขบวนสุดท้ายเป็นของร้านกำไลทองเป็นตัวแทนเดียวที่มาจากร้านขายของ ลักษณะเทียนดูสดใสสวยงาม มีสัตว์ต่าง ๆ ร่วมเดินทางไปด้วยกันครับ
และหลังจากนี้ ขบวนทั้งหมดก็ไปจอดที่สวนตุงและโคมเพื่อรอฟังคำตัดสินว่าขบวนอะไรจะชนะ สำหรับรูปขบวนต่าง ๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่แฟนเพจ Facebook ของผมได้ครับ
ถึงช่วงเข้าพรรษาแล้ว ปีนี้เป็นปีพุทธชยันตี เรามาทำความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นบุญกุศลติดตัวและคุ้มครองชีวิตให้ร่มเย็นเป็นสุขนะครับ
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555
รู้มั้ย... อบจ.เชียงรายมีอะไรน่าสนใจบ้าง
รู้มั้ย... อบจ.เชียงรายมีอะไรน่าสนใจบ้าง
วันนี้เราไปชมอะไรบางอย่างบริเวณองค์การส่วนบริหารจังเชียงรายกันดีกว่าครับ เกริ่นแค่นี้แล้วผมเริ่มที่ "หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี"
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ผมได้ทราบข่าวพิธีเปิด หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี ซึ่งเป็นพิพิธภันฑ์ที่เล่าประวัติของเมืองเชียงรายได้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น หอนี้ เปิดขึ้นในโอกาสที่เมืองเชียงรายครบรอบ 750 ปีนั่นเองครับ รูปที่ถ่ายนี้เป็นด้านหน้าของหอครับ
สถานที่แห่งนี้ ตั้งอยู่ถนนอุตรกิจ ด้านหลังศาลากลางเก่า ตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลเชียงราย ซึ่งใกล้กับ หอนาฬิกาเก่าและตลาดเทศบาล 1 ครับ
หอที่นี่เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องถอดรองเท้าเข้าไป และห้ามถ่ายภาพครับ ภายในสถานที่จะเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ล้านนา ซึ่งยุคของเชียงรายนั้น เชียงรายถือเป็นยุคปฐมล้านนาครับ ภายในหอนี้มีอยู่ทั้งหมด 8 โซน แต่ละโซนนั้นจะเล่าเรื่องการก่อสร้างเมืองเชียงราย ซึ่งสถาปณาโดยท่านพญามังรายมหาราช และเข้าสู่ยุคต่าง ๆ จนถึงถูกพม่ายึดไป 200 ปี แล้วถูกกู้กลับรวมเข้าเป็นจังหวัดในประเทศไทยครับ ซึ่งจะมีสื่อประสมต่าง ๆ เล่าเรื่องให้ทันสมัยขึ้นครับ
ถ้าชมมาถึงโซนที่สาม ก็จะเป็นโซนเทียเตอร์ ถ้าหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมถึง 10 คนขึ้นไป ทางเจ้าหน้าที่จะเปิดแสดงภาพประวัติของการสร้างเมืองเชียงรายนั่นเองครับ เมื่อจบโซนสาม ก็จะมีการจัดแสดงรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครับ และมีรูปปั้นพญามังรายฯแบบสีสันสดใส สวยและงดงามอย่างมากครับ
หลังจากที่ชื่นชมประวัติศาสตร์ของเชียงรายแล้ว ก็จะมีรายละเอียดของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงรายทั้งหมด 18 อำเภอ และวัดต่าง ๆ ที่น่าสนใจในจังหวัดเชียงรายครับ เมื่อจบโซนที่เจ็ดแล้ว โซนแปดเป็นห้องสมุด ซึ่งอยู่ชั้นบนครับ
หอประวัตินี้ ใช้เวลาชมประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าได้ชมเทียเตอร์ก็จะเป็น 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งที่นั้นผมไม่ได้ดูครับ เพราะจำนวนคนไม่ถึง และถ้าใครมาที่จังหวัดเชียงราย ก็มาลองเข้าชมหอประวัติที่เล่าเรื่องของประวัติเมืองเชียงรายได้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นครับ เพราะที่นี่ห้ามถ่ายรูป ข้างในเป็นอย่างไร แวะไปดูเองนะครับ
แอบขอเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปตัวเองหน้าหอประวัติฯ เพื่อจารึกลงบล็อกตัวเอง (หัวเราะ) สังเกตด้านหลังของผมนะครับ ด้านขวาของผมคือ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย และวัดที่อยู่ด้านหลังคือ "วัดกลางเวียง" หนึ่งในเส้นทาง 9 วัดเมืองเชียงรายครับ เป็นวัดที่มีศาลหลักเมืองอยู่ในวัดครับ ถ้าพูดถึงเสาสะดือเมืองจะเป็นวัดดอยงำเมืองครับ
ถ่ายรูปตัวเองเสร็จ ผมจึงเดินไปด้านหลัง ซึ่งเป็นศาลากลางเก่า ด้านหน้านี้มีอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อยู่ครับ ตอนนี้ศาลากลางเก่า ได้ปรับปรุงเป็น "หอวัฒนธรรมนิทัศน์" ซึ่งเป็นห้องจัดนิทรรศกาลไว้อยู่ แต่ตอนนี้ปิดปรับปรุงอยู่ครับ
ด้านขวาของศาลากลางเก่า มีห้องสมุดรถไฟเชียงราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟเชียงราย เพราะจังหวัดเชียงรายยังไม่มีรถไฟใช้ครับ ในตอนนี้จังหวัดเชียงรายเรามีห้องสมุดรถไฟดังกล่าวครับ ภายในโบกี้รถไฟนั้น เป็นห้องสมุดครับ ห้องสมุดรถไฟเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 9 นาฬิกา ถึง 18 นาฬิกา ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเป็นเวลา 10 นาฬิกาถึง 19 นาฬิกาครับ
ถ้าหากเชียงรายมีรถไฟใช้ ก็จะแยกเส้นทางจากอุตรดิตถ์ ผ่านเด่นชัย (จังหวัดแพร่) ผ่านงาว (จังหวัดลำปาง) ผ่านจังหวัดพะเยาและเข้ามาที่จังหวัดเชียงรายครับ
ก่อนจบบทความนี้ผมมีแหล่งที่มาของการเปิดหอประวัติเชียงราย และโครงการรถไฟเชียงรายมาให้ดูกันด้วยครับ
หอประวัติเชียงราย 750 ปี
-อบจ.เชียงราย เปิดหอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปีและเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ (เชียงรายโฟกัส)
- อบจ.เปิดหอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี (นสพ เชียงรายธุรกิจ)
โครงการรถไฟเชียงราย
- +++กระทู้ติดตามรถไฟเชียงราย ครับ.+++ (เวบบอร์ดเชียงรายโฟกัส)
- คืบหน้ารถไฟสายเด่นชัย-พะเยา-เชียงราย (พะเยารัฐ)
เรื่องราวของเชียงรายและสุพรรณบุรีนั้น ผมยังคงค้นหามาเรี่อย ๆ อย่าลืมติดตามบล็อกของผมในบทความต่อไปนะครับ
วันนี้เราไปชมอะไรบางอย่างบริเวณองค์การส่วนบริหารจังเชียงรายกันดีกว่าครับ เกริ่นแค่นี้แล้วผมเริ่มที่ "หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี"
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ผมได้ทราบข่าวพิธีเปิด หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี ซึ่งเป็นพิพิธภันฑ์ที่เล่าประวัติของเมืองเชียงรายได้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น หอนี้ เปิดขึ้นในโอกาสที่เมืองเชียงรายครบรอบ 750 ปีนั่นเองครับ รูปที่ถ่ายนี้เป็นด้านหน้าของหอครับ
สถานที่แห่งนี้ ตั้งอยู่ถนนอุตรกิจ ด้านหลังศาลากลางเก่า ตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลเชียงราย ซึ่งใกล้กับ หอนาฬิกาเก่าและตลาดเทศบาล 1 ครับ
หอที่นี่เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องถอดรองเท้าเข้าไป และห้ามถ่ายภาพครับ ภายในสถานที่จะเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ล้านนา ซึ่งยุคของเชียงรายนั้น เชียงรายถือเป็นยุคปฐมล้านนาครับ ภายในหอนี้มีอยู่ทั้งหมด 8 โซน แต่ละโซนนั้นจะเล่าเรื่องการก่อสร้างเมืองเชียงราย ซึ่งสถาปณาโดยท่านพญามังรายมหาราช และเข้าสู่ยุคต่าง ๆ จนถึงถูกพม่ายึดไป 200 ปี แล้วถูกกู้กลับรวมเข้าเป็นจังหวัดในประเทศไทยครับ ซึ่งจะมีสื่อประสมต่าง ๆ เล่าเรื่องให้ทันสมัยขึ้นครับ
ถ้าชมมาถึงโซนที่สาม ก็จะเป็นโซนเทียเตอร์ ถ้าหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมถึง 10 คนขึ้นไป ทางเจ้าหน้าที่จะเปิดแสดงภาพประวัติของการสร้างเมืองเชียงรายนั่นเองครับ เมื่อจบโซนสาม ก็จะมีการจัดแสดงรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครับ และมีรูปปั้นพญามังรายฯแบบสีสันสดใส สวยและงดงามอย่างมากครับ
หลังจากที่ชื่นชมประวัติศาสตร์ของเชียงรายแล้ว ก็จะมีรายละเอียดของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงรายทั้งหมด 18 อำเภอ และวัดต่าง ๆ ที่น่าสนใจในจังหวัดเชียงรายครับ เมื่อจบโซนที่เจ็ดแล้ว โซนแปดเป็นห้องสมุด ซึ่งอยู่ชั้นบนครับ
หอประวัตินี้ ใช้เวลาชมประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าได้ชมเทียเตอร์ก็จะเป็น 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งที่นั้นผมไม่ได้ดูครับ เพราะจำนวนคนไม่ถึง และถ้าใครมาที่จังหวัดเชียงราย ก็มาลองเข้าชมหอประวัติที่เล่าเรื่องของประวัติเมืองเชียงรายได้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นครับ เพราะที่นี่ห้ามถ่ายรูป ข้างในเป็นอย่างไร แวะไปดูเองนะครับ
แอบขอเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปตัวเองหน้าหอประวัติฯ เพื่อจารึกลงบล็อกตัวเอง (หัวเราะ) สังเกตด้านหลังของผมนะครับ ด้านขวาของผมคือ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย และวัดที่อยู่ด้านหลังคือ "วัดกลางเวียง" หนึ่งในเส้นทาง 9 วัดเมืองเชียงรายครับ เป็นวัดที่มีศาลหลักเมืองอยู่ในวัดครับ ถ้าพูดถึงเสาสะดือเมืองจะเป็นวัดดอยงำเมืองครับ
ถ่ายรูปตัวเองเสร็จ ผมจึงเดินไปด้านหลัง ซึ่งเป็นศาลากลางเก่า ด้านหน้านี้มีอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อยู่ครับ ตอนนี้ศาลากลางเก่า ได้ปรับปรุงเป็น "หอวัฒนธรรมนิทัศน์" ซึ่งเป็นห้องจัดนิทรรศกาลไว้อยู่ แต่ตอนนี้ปิดปรับปรุงอยู่ครับ
ด้านขวาของศาลากลางเก่า มีห้องสมุดรถไฟเชียงราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟเชียงราย เพราะจังหวัดเชียงรายยังไม่มีรถไฟใช้ครับ ในตอนนี้จังหวัดเชียงรายเรามีห้องสมุดรถไฟดังกล่าวครับ ภายในโบกี้รถไฟนั้น เป็นห้องสมุดครับ ห้องสมุดรถไฟเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 9 นาฬิกา ถึง 18 นาฬิกา ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเป็นเวลา 10 นาฬิกาถึง 19 นาฬิกาครับ
ถ้าหากเชียงรายมีรถไฟใช้ ก็จะแยกเส้นทางจากอุตรดิตถ์ ผ่านเด่นชัย (จังหวัดแพร่) ผ่านงาว (จังหวัดลำปาง) ผ่านจังหวัดพะเยาและเข้ามาที่จังหวัดเชียงรายครับ
ก่อนจบบทความนี้ผมมีแหล่งที่มาของการเปิดหอประวัติเชียงราย และโครงการรถไฟเชียงรายมาให้ดูกันด้วยครับ
หอประวัติเชียงราย 750 ปี
-อบจ.เชียงราย เปิดหอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปีและเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ (เชียงรายโฟกัส)
- อบจ.เปิดหอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี (นสพ เชียงรายธุรกิจ)
โครงการรถไฟเชียงราย
- +++กระทู้ติดตามรถไฟเชียงราย ครับ.+++ (เวบบอร์ดเชียงรายโฟกัส)
- คืบหน้ารถไฟสายเด่นชัย-พะเยา-เชียงราย (พะเยารัฐ)
เรื่องราวของเชียงรายและสุพรรณบุรีนั้น ผมยังคงค้นหามาเรี่อย ๆ อย่าลืมติดตามบล็อกของผมในบทความต่อไปนะครับ
วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555
สุพรรณบุรี....แห่งความหลัง (ตอนพิเศษ: ศรัทธาโครงการใหญ่)
นี่คือเที่ยวสุพรรณบุรีแห่งความหลังตอนพิเศษครับ หลังจากที่ผมไปเยี่ยมมังกรป่วยแล้ว ผมไปวัดป่าเลไลยก์เพื่อไปไหว้หลวงพ่อโตเสร็จ ก็มีงานหนึ่งครับ เป็นงานหล่อมือเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่สุดในโลกครับ
ผมทราบว่า ในงานนี้จะมีพิธีหล่อมือเจ้าแม่กวนอิมในตอนเย็น โดยท่าน พณฯ บรรหารจะมาเป็นประธานในพิธีครับ
สำหรับงานดังกล่าวนั้น เป็นโครงการสร้างรูปเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูง 84 เมตร ซึ่งจะประดิษฐสถานที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งจัดโดยมูลนิธี Miracle of Life ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และสมาคมวัฒนธรรมวิธีพุทธไทย-จีน โครงการนี้ เริ่มประชาสัมพันธ์ที่จังหวัดพระนครศรีอยุทธยาเป็นจังหวัดแรก และมาถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ณ วันที่ผมมาเที่ยวพอดีครับ (คือวันที่ 21 มีนาคมครับ) สำหรับการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ ก็มีคลิปประชาสัมพันธ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุทธยา ช่องเคเบิ้ล ATV ครับ (คลิปโดย pnnnews ครับ)
เสร็จเรื่องของเจ้าแม่กวนอิมแล้ว และมีอีกเรื่องของจังหวัดสุพรรณบุรีครับ ที่วัดป่าเลไลยก์ มีประชาสัมพันธ์โครงการแกะสลักหลวงพ่ออู่ทองที่ภูผา ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกันครับ
![]() |
| ภาพโดย WORLD BIGGEST BUDDHA IMAGE (WBBI) |
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมขของโครงการเพระเจ้าอู่ทองนั้น สามารถดูได้บน Facebook ที่เพจ:
WORLD BIGGEST BUDDHA IMAGE (WBBI) ครับ
และหลังจากที่ผมเที่ยวในสองจุดนี้เสร็จ การท่องเที่ยวสุพรรณบุรีแห่งความหลังก็จบลง และผมก็กลับกรุงเทพฯ แล้วกลับเชียงรายก่อนสิ้นเดือนมีนาคมครับ สำหรับการเที่ยวสุพรรณในสามครั้งที่ผ่านมานั้น เดี๋ยวผมจะเรียบเรียงแล้วนำมาเขียนขึ้นมาทีหลังครับ
ปิดท้ายบทความนี้ ด้วยคลิปท่าน ว เรื่องความหมายของพระปางป่าเลไลยก์ แล้วอย่าลืมติดตามบทความการท่องเที่ยวของผมระหว่างเชียงรายและสุพรรณบุรีได้ที่บล็อกนี้ครับ สวัสดีครับ
วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555
สุพรรณบุรี....แห่งความหลัง (ตอนที่ 3: เยี่ยมมังกรป่วย)
เข้าสู่ตอนสุดท้ายสำหรับ "สุพรรณบุรี แห่งความหลัง" แล้วครับ หลังจากพักแรมได้หนึ่งคืนก็ตื่นมาดูทิวทัศน์ของเมืองสุพรรณบุรี หลังจากที่ผมทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวผมก็จะเดินทางไปมังกรเพื่อดูอาการบาดเจ็บจากเหตุพลุระเบิดในเดือนมกราคมที่ผ่านมาครับ
ก่อนที่จะไปมังกร ผมเดินทางไปแวะไว้อนุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราชก่อนครับ ใครที่ยังไม่รู้จักที่แห่งนี้คงสงสัยใช่ไหมครับว่าทำไมที่นี่ถึงมีแต่ไก่ชนเต็มไปหมดน่ะครับ ก็เพราะว่า ครั้งยังที่องสมเด็จพระนเรศวรฯท่านยังทรงพระเยาว์นั้นท่านชอบเล่นไก่ชนครับ ดังนั้นชาวสุพรรณบุรีมักจะเอาไก่ชนทั้งตัวเล็กตัวใหญ่มาถวายให้ท่านดังที่เห็นครับ และผมก็เคยเอามาถวายให้ท่านตอนมาครั้งที่สองครับ
และผมก็เดินไปชมวัดไชนาวาส และก็ไปดูตลาดเช้าที่ถนนหมื่นประจญ ซึ่งมีของกินขายสดๆใหม่ๆที่นั่นครับ และตลาดนี้ก็ใกล้วัด ทำให้ผมได้พบกับพระที่มาบิณฑบาตภายในตลาดเช้าด้วยครับ
![]() |
| โอ้โห!! ปลากราย SIZE ใหญ่มาก!!! |
ครับ และผมก็เข้าไปดูพระเครื่องที่ขายเช่าในวัด ผมก็ได้ขออนุญาติถ่ายภาพเพื่อเอามาเขียนลงบล็อกนี้ครับ และถามว่า ตลาดพระเครื่องใหญ่นั้นขายที่ไหน ซึ่งคุณลุงก็ตอบว่า "วัดสุวรรณภูมิ" ครับ
แล้วคุณลุงก็บอกว่า แหล่งขายเช่าพระเครื่องที่วัดดังกล่าวนั้นจะเปิดตลาดนัดทุกวันอาทิตย์ครับ และผมก็ขอขอบคุณที่เอื้อเฟื้อให้เก็บภาพมาให้ผมสามารถเล่าอธิบายได้ครับ สำหรับเรื่องนี้ ผมคิดที่จะตามหาสิ่งที่เป็นคำควัญท่อนหนี่งว่า "เลื่องลือพระเครื่อง" ทำให้ผมเข้าใจว่า สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีแหล่งจำหน่ายพระเครื่องแหล่งใหญ่แห่งนี้ครับ ถ้าหากชาวสุพรรณบุรีอ่านอยู่ ช่วยอธิบายเกี่ยวกับการขายพระเครื่องในจังหวัดให้ด้วยนะครับ
จากนี้ไป ผมนั่งรถสองแถวไปยังมังกรครับ
ถ้าใครยังจำความได้ ตอนนั้น งานตรุษจีนในเดือนมกราคมที่่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ได้เกิดอุบัติเหตุพลุระเบิดด้านหลังของมังกร ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และความเสียหายให้กับที่อยู่อาศัยด้านหลังมังกรครับ เมื่อผมมาถึง ผมก็ยังเห็นป้ายงานตรุษจีนอยู่ครับ
ตอนนั้นผมอยู่ที่เชียงราย กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสเรื่องการฉลองเมืองเชียงรายครบรอบ 750 ปี และทราบข่าวทีหลังตอนแม่เปิดข่าวภาคดึกและมีรายงานด่วนเรื่องนี้มา ทำให้ผมตกใจและอึ้งทันที และสลดไปพักหนึ่ง พอวันที่ 25 คลิป ข่าว ภาพ ขึ้นบนทีวีและอินเตอร์เน็ต ขนาดผมยังอยู่เชียงรายยังสลดใจและใจหายครับ
หลังจากความรู้สึกแรกผ่านไป ผมก็รู้สึกว่า "มันไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย" เพราะผมกำลังจะเตรียมใจเข้าร่วมฉลองครบรอบ 750 ปีเมืองเชียงราย แต่ดันมาเจอเรื่องแย่ ๆ ใกล้ ๆ กันแบบนี้ ผมก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่สุพรรณบุรีเจออุบัติเหตุแบบนี้
ทำให้การเที่ยวครั้งนี้ ผมจึงไปสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น และขอเรียกเที่ยวนี้ว่า "เยี่ยมมังกรป่วย" ครับ ดูไกล ๆ แล้ว ดูเหมือนว่าทุกอย่างเคลียร์หมดเรียบร้อยแล้ว พอมองที่ไปตัวมังกร ก็เห็นรอยแตกตรงช่องท้องได้ชัดดังรูปด้านบนครับ
เมื่อไปยังบริเวณทางเข้าพิพิธภันฑ์ ก็จะเห็นเมฆมังกรมีรอยแตก และเดินไปอีกก็จะเห็นนั่งร้านตั้งไว้ เพื่อซ่อมแซมเมฆมังกรที่แตกด้วยครับ
ต่อมา ผมขึ้นไปที่ศาลา 7 ชั้น เพื่อสังเกตรอบ ๆ ข้าง ก็รู้สึกว่าทุกอย่างเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว ก็มีเพียงหลังคาวัดพระธาตุที่อยู่ด้านหลังมังกรนั้นแตกกระจาย แสดงความเสียหายที่ยังหลงเหลือครับ
ผมได้ไปสอบถามผู้คนที่อยู่แถว ๆ นี้ครับ ผมจึงถามกลับไปยังเหตุการณ์พลุระเบิดครับ พวกเขาได้ตอบว่า ตอนเกิดเหตุการณ์นั้น ไม่ทันได้นึกว่าเป็นอุบัติเหตุ คิดว่าเป็นจุดพลุใหญ่เฉยๆ แต่ก็รู้สึกว่าระเบิดตอนน้ั้นเสียงดังมาก กว่าจะมารู้อีกทีก็มีเสียงรถพยาบาลเข้ามาครับ และหลังจากที่เกิดขึ้นทำให้งานตรุษจีนนี้หยุดไป 1 วัน และจัดจนหมดวันงานครับ ถึงแม้ตอนนี้ตัวมังกรจะบาดเจ็บ แต่พิพิธภันฑ์ยังเปิดให้เข้าชมตามปกติได้ครับ
ครับ ผมอาจเขียนช้าไปหน่อย แต่ก็อยากจะเล่าความรู้สึกย้อนหลังผ่านทางนี้ ผมก็กราบขออภัยด้วยครับ ทั้งหมดนี้ผมก็ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งครับ ตอนนี้ผมถืว่ามังกรยังป่วยอยู่ครับ ใครได้มาเที่ยวที่นี้แล้วสามารถบริจาคค่าซ่อมแซมได้ครับ ภายในศาลหลักเมืองนั้นมีการรับบริจาคทำบุญค่าเกล็ด เล็บ เขี้ยวมังกร และอื่น ๆ ครับ
ก่อนที่ผมออกจากที่นี่ ผมได้บอกไปยังมังกรว่า ขอให้หายดีนะ และครั้งหน้าจะมาเยี่ยมใหม่ ขอให้น้องมังกรหายไวไวนะ อีกไม่นานก็หายดีครับ แต่ถึงยังไงผมก็ขอเป็นกำลังใจครับ
แต่สำหรับสุพรรณบุรีแห่งความหลังของผมตอนนี้ ผมคาดว่ามีสามตอน แต่ยังมีอีกหนึ่งตอน ไว้ติดตามกันอีกทีคราวหน้านะครับ
วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555
ฉลองครบครอบ 1 ปี เซ็นทรัลเชียงราย
วันที่ 31 ที่ผ่านมานี้นะครับ ที่ห้างเซ็นทรัลเชียงราย ได้จัดงานฉลองครบรอบ 1 ปีแล้วครับ เมื่อวานผมได้ไปดูงานฉลองครบรอบ 1 ปีของห้างมา ภายในงานได้มีพิธีเปิดและจัดแฟชั่นโชว์ให้ดูด้วยครับ
สำหรับเซ็นทรัลเชียงรายนั้น เปิดห้างเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2554 ซึ่งมาถึงตอนนี้ก็ครบรอบ 1 ปีแล้วครับ เป็นห้างสรรพสินค้าที่ออกแบบสถปัตยกรรมในรูปแบบล้านนา มี 3 ชั้น มีโรงภาพยนตร์ 5 โรงครับ
สำหรับการฉลองครบรอบ 1 ปีครั้งนี้ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมกับ แฟชั่นโชว์เดินแบบในหัวข้อฤดูร้อนครับ โดยมีนายแบบและนักร้องจาก KPN มาเดินแบบแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ครับ หลังจากงานนี้เปิด ก็มีกิจกรรมพิเศษตลอดเดือนเมษายนครับ
สำหรับใครอยากจะดูข้อมูลเพิ่มเติมของเซ็นทรัลเชียงราย และงานครบรอบ 1 ปี ดูได้ที่นี่ครับ
- http://www.centralplaza.co.th/chiangrai/
- https://www.facebook.com/centralplazachiangraifanpage
- 1st Anniversary Central CR
- http://www.centralplaza.co.th/ActivityDetail-th-cr_1stannimar2012.aspx
ห้างเซ็นทรัลเชียงรายเปิดได้ 1 ปีแล้ว ผมนึกถึงห้างโรบินสันสุพรรณบุรีที่พึ่งเปิดมาไม่นานมานี้เองครับ ถ้าหากโรบินสันสุพรรณบุรีฉลองครบรอบ 1 ปีเหมื่อไหร่ ผมอยากให้ชาวสุพรรณบุรีช่วยบอกผมด้วยว่างานมีวันไหน (คงจะเป็นวันที่ 2 มีนาคมครับ) ถ้ามีงานจริง ผมจะไปเที่ยวสุพรรณบุรีและเข้าร่วมงานฉลองครบรอบปีครับ
วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555
สุพรรณบุรี....แห่งความหลัง (ตอนที่ 2: เข้าเมือง)
เสร็จแล้ว ผมก็ลงหอเพื่อเดินทางไปช็อปปื้งในห้างใหม่ คือห้างสรรพสินค้าโรบินสันสาขาสุพรรณบุรี ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมือง ติดกับถนน Super Highway ครับ แต่ตอนนี้ผมยังไม่ทราบว่าไปยังไง ผมจึงนั่งรถสองแถวพาไปยังสถานีขนส่งก่อนครับ เมื่อผมรอที่สถานีขนส่งแล้ว ผมถามคนขับรถว่า ห้างโรบินสันไปยังไง คนรถเขาบอกว่า ไปรถสองแถวที่ติดป้ายสีเขียวที่เขียนว่า "โรบินสัน" (ดูภาพด้านล่าง) ครับ
ทีแรกผมพยายามสังเกตรถที่ติดป้ายโรบินสันอยู่ แต่ยังไม่เห็นมีมา จนกระทั่งรถสองแถวคันหนึ่งได้ถามผมว่าไปไหน ผมตอบว่าไปโรบินสัน เขาก็ให้ผมขึ้นรถเลย และเขาก็ติดป้ายโรบินสันตามรูปภาพนี้แหละครับ ผมรู้สึกขอบคุณที่เจ้าของรถถามและก็รีบติดป้ายดังกล่าว และให้ผมถ่ายรูปตัวอย่างด้านบนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
สำหรับห้างนี้ เปิดตัวเมื่อวันที่ี่ 2 มีนาคม 2554 เป็นห้างสองชัั้น มีโรงภาพยนตร์ 4 โรงครับ ผมก็ลองเดินภายในห้างและพักผ่อนดูสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ และคลายความร้อนจากการที่เที่ยวข้างนอกมาครับ ร้อนแค่ไหนไม่หวั่น เราก็สนุกสนานไปกับกานท่องเที่ยวครับ
ก็อย่างที่บอกนะครับว่า การมาที่เดิมซ้ำ ๆ อาจจะมีเบื่อไปบ้าง แต่อย่าลืมว่า ครั้งต่อไปก็ต้องมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปแน่นอนครับ ผมย้อนกลับไปทุกครั้งที่อยู่บ้านที่เชียงราย ผมชอบเดินถนนคนเดินบ่อยมาก ถึงแม้จะเห็นอะไรซ้ำ ๆ แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือเห็นสิ่งที่แตกต่างจากครั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลา ฝน ฟ้า อากาศ ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันเปลียนไป เช่นขึ้นดอยตุงในฤดูฝน ก็จะได้กลิ่นน้ำฝน หรือได้สัมผัสอากาศหนาวในฤดูหนาว เป็นต้นครับ
อีกประการหนึ่ง การท่องเที่ยวของผมไม่ไช่แค่การไปดูสิ่งที่น่าสนใจ นอกจากนี้แล้วคือการเข้าไปพูดคุย และสร้างความสัมพันธ์กับคนท้องถิ่น เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์นี้หายไป ก็เลยไปเที่ยวที่นั่นซ้ำ ๆ ที่เดิม และก็แลกเปลี่ยนสิ่งที่เป็นบ้านเกิดตัวเองให้กันและกัน
ถ้าย้อนกลับไปที่ตลาดสามชุก ผมได้คุ้นเคยกับป้าคนหนึ่งที่ขายอาหารตามสั่งชื่อ "ร้านน้อง-กุ้ง" ที่เคยช่วยเหลือผมในตอนเที่ยวครั้งแรกสุดครับ ทำให้ผมรู้สึกประทับใจในการท่องเที่ยวครั้งนั้นมากครับ และทุกครั้งที่ผมมาที่ตลาดสามชุก ผมไม่ลืมที่จะแวะสั่งอาหารที่ร้านนี้ครับ ถ้าหากไปเที่ยวจังหวัดไหน ก็ลองไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนท้องถิ่นดูครับ แล้วจะรู้ว่า สถานที่ ๆ เราเที่ยวนั้น มากกว่าที่เรารู้จักอีกครับ
ป้ายกำกับ:
บรรหาร,
โรบินสัน,
สวนเฉลิมภัทรราชินี,
สัมพันธ์,
สุพรรณบุรี,
หอคอย,
ห้าง,
Robinson
ตำแหน่ง:
จ.สุพรรณบุรี ประเทศไทย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





















































